วิสัยทัศน์ (Vision) : เป็นหน่วยงานที่เป็นเลิศในการพัฒนาและการให้บริการ ICT เพื่อการศึกษา

อำนาจหน้าที่

     กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2548 ได้กำหนดให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
          (ก) จัดทำข้อเสนอนโยบาย แผนแม่บทและแผนปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวง รวมทั้งวางและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและการจัดการศึกษาของกระทรวงและสำนักงานปลัดกระทรวง ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาภาครัฐ
          (ข) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและการจัดการศึกษา
          (ค) สนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ส่วนราชการในสังกัดสำนักงานและกระทรวง รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและการจัดการศึกษา
          (ง) พัฒนาระบบคลังข้อมูล และฐานข้อมูลสารสนเทศรวมทั้งเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และเป็นศูนย์กลางข้อมูลของกระทรวง
          (จ) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวง
          (ฉ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

โครงสร้างการบริหาร

          ตามคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่ 2270/2561 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ได้แบ่งการบริหารงานภายในศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
          1. กลุ่มแผนและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีดิจิทัล
          2. กลุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

          3. กลุ่มพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการศึกษา
          4. กลุ่มพัฒนาระบบบริการสื่อการเรียนรู้
          และตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เรื่อง จัดตั้งศูนย์ข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จากคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และประกาศกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีโครงสร้างการบริหารภายในเป็น 4 กลุ่ม 1 ศูนย์ ดังนี้
          1. กลุ่มแผนและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีดิจิทัล 
          2. กลุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
          3. กลุ่มพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการศึกษา
          4. กลุ่มพัฒนาระบบบริการสื่อการเรียนรู้
          5. ศูนย์ข้อมูลการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

          โดยได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มไว้ดังนี้

1. กลุ่มแผนและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีดิจิทัล มีหน้าที่ความรับผิดชอบ เกี่ยวกับจัดทำแผนพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของกระทรวงศึกษาธิการและแผนปฏิบัติการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวง ติดตามประเมินผลและรายงาน การวิจัยการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาและผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของกระทรวงและของสำนักงานปลัดกระทรวง รวมถึงงานบริหารสำนักงานธุรการ งานสารบรรณ งานงบประมาณ วัสดุและครุภัณฑ์ งานอาคารสถานที่ งานแผนปฏิบัติราชการงานบริหารทรัพยากรบุคคล งานให้บริการทางวิชาการ งานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาและผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของกระทรวงและของสำนักงานปลัดกระทรวง และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
          ภารกิจสำคัญ
          1. การจัดทำแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และของสำนักงานปลัดกระทรวงให้มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศ แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางจัดทำคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีด้านเทคโนโลยีของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

          2. การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นการวิจัยที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสร้างสื่อการเรียนการสอน และการให้ความรู้แก่ครูในการจัดทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อสร้างสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัยให้มีพัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์
          3. การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นการพัฒนาบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ
          4. การติดตามและรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อการศึกษาของกระทรวงและสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และการวิจัยพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากร
          5. การแต่งตั้งผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Office : CIO) ประจำกระทรวง และสำนักงานปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2541 เรื่อง การแต่งตั้งผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Office : CIO) ประจำกระทรวง ทบวง กรม และการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวง โดยสำนักงาน ก.พ. กำหนดให้มอบหมายรองปลัดกระทรวง หรือรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงเป็น CIO ประจำกระทรวง และระดับหน่วยงานให้มอบหมายรองเลขาธิการหรือรองหัวหน้าส่วนราชการเป็น CIO ประจำหน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดเอกภาพในด้านนโยบาย การวางแผนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของส่วนราชการเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ คุ้มค่าการลงทุน ลดความซ้ำซ้อนในการใช้เทคโนโลยีที่ไม่จำเป็น อันจะเป็นผลให้สามารถใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
          6. การแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการหรือครธกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวง ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2547 เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการจัดหาระบบคมพิวเตอร์ของส่วนราชการ โดยกำหนดให้ทุกกระทรวงแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวเพื่อทำหน้าที่พิจารณาบูรณาการ และให้ความเห็นชอบแผนงาน/โครงการ ของหน่วยงานในสังกัด และส่งผลการพิจารณาให้กับสำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณและรายงานให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในส่วนของการรับความเห็นชอบในการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแนวทางในการขอรับความเห็นชอบไว้
          

2. กลุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับพัฒนา ให้บริการ ดูแลระบบเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ ติดตามและประเมินผลการใช้งานระบบเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการ บริหารจัดการและให้บริการ Data Center และจัดทำมาตรฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ข้อตกลงระดับการให้บริการ และด้านความปลอดภัย ของระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศ ของกระทรวงศึกษาธิการ และพัฒนาระบบ Education Cloud Service รวมทั้งจัดหาและบำรุงรักษาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ให้กับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
          1. งานพัฒนา ให้บริการ ดูแล และบำรุงรักษาระบบเครือข่ายสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวงศึกษาธิการ
          2. งานบริหารจัดการและให้บริการ Data Center ของกระทรวงศึกษาธิการ
          3. งานติดตามประเมินผลการใช้งานระบบเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการ
          4. งานกำหนดมาตรฐานข้อตกลงระดับการให้บริการ (Services Level Agreement : SLA)
          5. งานพัฒนาและกำหนดมาตรฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดเอกภาพ
          6. งานพัฒนาและกำหนดมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศ
          7. งานออกแบบและพัฒนาระบบ Education Cloud Service (Private Cloud)
          8. งานบริหารจัดการเชื่อมต่อกับ Education Cloud Service กับ Government Cloud ภาครัฐ
          9. งานจัดหาและบำรุงรักษาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ให้กับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง
          

3. กลุ่มพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการศึกษา มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
          1. พัฒนาและจัดระบบฐานข้อมูลด้านการศึกษาและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นระบบเดียวที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
          2. พัฒนาระบบสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเพื่อการวางแผน การบริหารจัดการศึกษา การติดตาม ประเมินและรายงานผลของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
          3. พัฒนาระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยเพื่อหริหารจัดการของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

               3.1 การวิเคราะห์ความต้องการและความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบงาน
                         - จัดทำโครงการสัมมนาการใช้ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์
                         - จัดทำแผนพัฒนาระบบยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์

               3.2 การบริหารจัดการโครงการพัฒนาระบบ
                         - พัฒนาระบบเงินเดือน (กบค.)
                         - ทะเบียนประวัติผู้เข้าอบรม (สคบศ.)
                         - พัฒนาระบบการยืนยันตัวตน (Single Sign On)
                         - พัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ (สารบรรณ e-CMS v.2)

               3.3 การพัฒนา/ปรับปรุงระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) จำนวน 14 ระบบ
                         - ระบบตรวจสอบและรวมข้อมูลผลการเรียนเฉลี่ย (GPA Checking)
                         - ระบบลา สป. On Mobile
                         - ระบบจัดพิมพ์ Slip เงินเดือน
                         - ระบบสมุดรายชื่อ (Phone Book)
                         - ระบบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
                         - ระบบจัดเก็บข้อมูลรายบุคคล
                         - ระบบงบประมาณ (e-Budget)
                         - ระบบติดตามและรายงาน
                         - ห้องสมุดประชาชน
                         - ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
                         - บ้านหนังสือชุมชน
                         - ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (ศรช.)
                         - กศน. ตำบลที่จัดตั้งแล้ว
                         - ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน

               3.4 การให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office)
                         - ระบบทะเบียนประวัติบุคลากร สป.
                         - ระบบจองห้องประชุม สป. สช. กศน. และ ก.ค.ศ.
                         - ระบบจองรถยนต์ สป. กศน.
                         - ระบบเงินเดือน
                         - ระบบเงินนอกงบประมาณ
                         - ระบบรายงานการควบคุมงบประมาณ
                         - ระบบ GPA สถานศึกษา
                         - ระบบการลา
                         - ระบบยกเว้นอากร
                         - ระบบติดตามและรายงานการควบคุมงบประมาณ

               3.5 การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ลงเว็บไซต์ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office)
               3.6 ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลผลการเรียนเฉลี่ยระดับกระทรวง - ปรับเปลี่ยน ตรวจสอบและถ่ายโอนข้อมูล GPA - พัฒนาปรับปรุงโปรแกรม GPA ระดับสถานศึกษา - นำเข้าข้อมูล GPA เข้าสู่คลังข้อมูล - จัดทำรายงานสรุปการจัดส่งข้อมูล GPA
          4. พัฒนาแพลตฟอร์มบริการพื้นฐานภาครัฐ (Government Service Platform) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรองรับการพัฒนาต่อยอดแอปพลิเคชั่นหรือบริการรูปแบบใหม่ การพัฒนาศูนย์กลางการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล (e-Service)
               4.1 การวิเคราะห์ความต้องการและความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบงานการให้บริการ
                         - จัดทำแผนพัฒนาสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) สู่สำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office)
                         - จัดทำแผนพัฒนาแพลตฟอร์มบริการพื้นฐานภาครัฐ (Government Service Platform)
                         - จัดทำมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลสื่อการเรียนรู้
               4.2 การพัฒนาตามนโยบายลดใช้กระดาษ (Paperless - Less Paper)
               4.3 จัดให้มีช่องทางการเข้าถึงบริการภาครัฐ (Inter - Operability)
          5. สร้างสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) โดยบูรณาการการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงาน
               5.1 งานวิเคราะห์ความต้องการและความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบงาน
                         - จัดทำแผนพัฒนาสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) เพื่อบูรณาการการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงาน
               5.2 งานพัฒนาสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัย (Security Architecture) - ดำเนินการปรับปรุงระบบงาน ระบบคอมพิวเตอร์ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และแผนความมั่นคงปลอดภัยของกระทรวง
               5.3 งานพัฒนาสถาปัตยกรรมด้านข้อมูล (Data Architecture)
                         - ดำเนินการรูปแบบการเชื่อมโยงข้อมูลและระบบงาน
                         - พัฒนาระบบงานเพื่อรองรับและให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลและระบบงาน
               5.4 งานพัฒนาสถาปัตยกรรมด้านการดำเนินงาน (Business Architecture) ไปสู่รูปแบบดิจิทัล
                         - กำหนดเป้าหมาย
                         - หาช่องโหว่
                         - วิเคราะห์โอกาสและแนวทางแก้ไข
                         - ทำแผนดำเนินงาน
                         - กำกับติดตาม
                         - ปรับปรุงกระบวนการ

 

4. กลุ่มพัฒนาระบบบริการสื่อการเรียนรู้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบูรณาการด้านระบบจัดการองค์ความรู้คลังข้อมูลสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาศูนย์กลางการให้บริการด้วยระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการได้โดยสะดวก และส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ที่มีมาตรฐานและให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำข้อมูลหรือความรู้มาสรุปเป็นสารสนเทศในลักษณะของกราฟิกเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
          ภารกิจสำคัญ

          1. พัฒนาคลังสื่อดิจิทัล (e-Learning) และนวัตรกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ในกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
               1.1 วิเคราะห์ความต้องการและความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบงาน - จัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาศูนย์กลางรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
               1.2 งานบริหารจัดการโครงการพัฒนาระบบ - โครงการพัฒนาศูนย์กลางการให้บริการสื่อเพื่อการจัดการเรียนการสอน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
               1.3 งานพัฒนา/ปรับปรุงโปรแกรมระบบจัดการเรียนรู้ (e-Learning) - ระบบบูรณาการแหล่งการเรียนรู้ - ระบบการให้บริการสื่อการเรียน 5 กลุ่มสาระ - พัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลสื่อการเรียนรู้
               1.4 งานพัฒนาสื่อการเรียนรู้ - งานแปลงสื่อการเรียนรู้ (เดิมในรูปแบบ Flash เป็นรูปแบบ Video หน่วยเป็นคาบเรียน คาบเรียนละ 30 นาที) - งานสร้างองค์ประกอบย่อยสำหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ (Content Object) - รวบรวมนำเข้าข้อมูลแหล่งการเรียนรู้จากหน่วยงานต้นสังกัด - การเข้าถึงบริการภาครัฐ (Inter - Operability)

          2. พัฒนาแพลตฟอร์มบริการด้านการจัดการศึกษา (Learning Service Platform) เพื่อรองรับการพัฒนาต่อยอดแอปพลิเคชั่นหรือบริการรูปแบบใหม่
          3. พัฒนาเว็บไซต์ของกระทรวงและสำนักงานปลัดกระทรวงรวมถึงที่ได้รับมอบหมายให้มี มาตรฐานและให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ
               - เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ (www.moe.go.th)
               - เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ (www.en.moe.go.th)
               - เว็บไซต์สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (www.ops.moe.go.th)
               - เว็บไซต์มัลติมีเดีย (www.media.moe.go.th) 
          4. พัฒนาและใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับภารกิจ นโยบาย ยุทธศาสตร์ และกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงและสำนักงานปลัดกระทรวง ผ่าน
               - เฟซบุ๊คเพจกระทรวงศึกษาธิการ (www.facebook.com/wwwmoegoth)
               - เฟซบุ๊คเพจ Ministry of Education Thailand (www.facebook.com/inistryofEducationThailand)
               - เฟซบุ๊คเพขสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (www.facebook.com/opsmoegoth)
               - Twitter : @moe_net
               - สื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ
          5. เฝ้าระวังและตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระทรวงและสำนักงานปลัดกระทรวง เนื่องจากสื่อสังคมออนไลน์ (Social Network) เป็นเครื่องมือที่มีทั้งประโยชน์และโทษที่ควรระวัง โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารบางอย่างที่เผยแพร่ออกสู่สาธารณะไปแล้วอาจไม่สามารถเรียกกลับคืนได้และอาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อองคืกร ดังนั้น เพื่อให้สามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงต้องมีการเฝ้าระวังและตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงศึกษาธิการ
          6. พัฒนา Application ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือเพื่อให้บริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทันสมัยพัฒนาโปรแกรมประยุกต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบพกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โดยโปรแกรมจะช่วยตอยสนองความต้องการ ให้ผู้ใช้โทรศัพท์ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน มีหลายระบบปฏิบัติการที่พัฒนาออกมา ที่นิยมมากก็คือ ios และ Android 7. พัฒนาและนำข้อมูลหรือความรู้มาสรุปเป็นสารสนเทศในลักษณะของกราฟิก (Info-graphic) ที่มีมาตรฐานและเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอพัฒนาและนำข้อมูลหรือความรู้มาสรุปเป็นเป็นสารสนเทศในลักษณะภาพหรือกราฟิกซึ่งบ่งชี้ถึงข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสถิติ ความรู้ ตัวเลข ฯลฯ สามารถทำให้คนทั่วๆไป สามารถเข้าถึง เข้าใจ ข้อมูลปริมาณมากๆ ด้วยแผนภาพภาพเดียวเท่านั้น ด้วยข้อมูลที่ถูกคัดกรองมาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย เป็นวิธีการนำเสนอข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ซึ่งสามารถหยิบยกเรื่องราวเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องราวใหญ่โตมานำเสนอ ในมุมมองที่แปลกตา ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน 

 

5. ศูนย์ข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
          1. จัดทำข้อเสนอและแผนการพัฒนาข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของกระทรวงและประเทศเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
          2. จัดทำกรอบแนวทางหรือระบบการจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการ หน่วยงาน หรือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ
          3. พัฒนาระบบคลังข้อมูลและฐานข้อมูลสารสนเทศให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลการศึกษาของประเทศ
          4. จัดทำมาตรฐานข้อมูลด้านสารสนเทศทางการศึกษาของประเทศ
          5. ส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา เพื่อให้การรวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลเป็นไปตามแผนการบริหารข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของประเทศ
          6. จัดวางระบบหรือรูปแบบการนำเสนอและการให้บริการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและหลากหลาย
          7. ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานแผนการบริหารข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของประเทศต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา
          8. ดำเนินงานเกี่ยวกับศูนย์ปฏิบัติการ กระทรวงศึกษาธิการ (MOC) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายของกระทรวง และบูรณาการข้อมูลเพื่อการนำเสนอข้อมูลของกระทรวงตามแนวทางที่ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) กำหนด รวมทั้งพัฒนาระบบสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเพื่อการวางแผน การบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมินและรายงานผล
     งานเร่งด่วนที่ดำเนินการ
          1. การตรวจสอบการเบิกเงินอุดหนุนนักเรียนรายหัวซ้ำซ้อน
     ที่มา
          ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายการุณ สกุลประดิษฐ์) และคณะ ได้เข้าหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประจิน จั่นตอง) ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือเรื่องปัญหาการเบิกเงินอุดหนุนนักเรียนรายหัวซ้ำซ้อน ตามที่ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และที่ประชุมรองนายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบการเบิกเงินอุดหนุนนักเรียนรายหัวซ้ำซ้อน ในช่วงปีการศึกษา 2559 และขอให้กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
     แนวทางปฏิบัติ
          1. กำหนดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลในระดับสถานศึกษาเป็นวันเดียวกัน คือ
               1.1 ใช้ข้อมูลภาคเรียนที่ 1 (ณ วันที่ 10 มิถุนายนของทุกปี) สำหรับการจัดทำคำขอรับจัดสรรงบประมาณประจำปี
               1.2 ใช้ข้อมูลภาคเรียนที่ 2 (ณ วันที่ 10 พฤศจิกายนของทุกปี) สำหรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี โดยปรับเพิ่มหรือลดตามจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงในระบบฐานข้อมูลกลาง
          2. ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจสอบความถูกต้องและความซ้ำซ้อนของรหัสประจำตัวนักเรียน 13 หลัก ส่งให้ต้นสังกัดก่อนโอนจัดสรรงบประมาณ
          3. การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพระบบข้อมูลการศึกษาอย่างยั่งยืน
               3.1 จัดทำฐานข้อมูลกลางที่จัดเก็บข้อมูลจากทุกสังกัด อยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยดำเนินการรวบรวม และประมวลผลข้อมูล ความถูกต้อง ความซ้ำซ้อนของข้อมูล และเป็นหน่วยงานกลางในการจัดทำคำขอตั้งงบประมาณผระจำปีให้กับสถานศึกษาทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษา
               3.2 ต้องมีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลกับหน่วยงานที่จัดการศึกษานอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
          4. พัฒนาโปรแกรมรองรับการย้านสถานศึกษาของผู้เรียนจากรากฐานข้อมูลเดียวกันทุกสังกัด โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน (Smart Card) เมื่อผู้เรียนไปรายงานตัวสถานศึกษาใหม่ระบบจะจำหน่ายผู้เรียนออกจากทะเบียนของสถานศึกษาเดิมอัตโนมัติ
          5. ปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทุกสังกัดที่จัดการศึกษาถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน

          2. การพัฒนา Big Data ของกระทรวงศึกษาธิการ 
               สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 494 วันที่ 29 กันยายน 2560 ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้การขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งการพัฒนาระบบ Big Data ของภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีทิศทางเดียวกัน จึงให้ทุกหน่วยงานภาครัฐสำรวจการนำดิจิทัล มาใช้ประโยชน์ในภารกิจของหน่วยงานและภารกิจเพื่อการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และที่ประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ 38/2560 เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560 ได้มีการหารือเกี่ยวกับโครงการ Big Data แล้วที่ประชุมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เพื่อรวบรวมข้อมูลของแต่ละส่วนราชการเพื่อเชื่อมโยงกันให้ได้
               กระทรวงศึกษาธิการจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการการพัฒนา Big Data ของกระทรวงศึกษาธิการ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป. 7/2561 ลงวันที่ 4 มกราคม 2561 ซึ่งคณะกรรมการมี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (นายโศภณ นภาธร) เป็นที่ปรึกษาและปลัดกระทรวงศึกาาธิการ เป็นประธานกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกาาธิการ ผู้แทนจากองค์กรหลักร่วมเป็นคณะกรรมการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีหน้าที่ 1) สำรวจการนำดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ในภารกิจของหน่วยงานและภารกิจเพื่อการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 2) วางแผนการจัดทำข้อมูลการศึกษา (Big Data) ให้มีความสมบูรณ์ ถูกต้อง ทันต่อการใช้งาน และจัดทำข้อเสนอแนวทางการะัฒนา Big Data ของกระทรวงศึกษาธิการ 3) พัฒนาและบูรณาการข้อมูลการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเข้าสู่ Big Data เพื่อกำหนดนโยบาย การคาดการณ์การศึกษา 4) ศึกษา วิเคราะห์ นโยบาย กำหนดประเด็นการนำเสนอข้อมูลด้านการศึกษาเพื่อการตัดสินใจการติดตาม ประเมินผล ในการพัฒนา Big Data เพื่อการศึกษา 5) รายงานผลเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 6) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย
               แนวทางการปฏิบัติ 
          1. สร้างความรู้ความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          2. พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในเรื่อง Data Analytic
          3. สร้างความเข้าใจและข้อตกลงในการจัดทำและส่งข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          4. สำรวจข้อมูลเพิ่มเติม
          5. ประเมินและสำรวจเครื่องแม่ข่ายของหน่วยงานภายในกระทรวง เพื่อนำมาใช้งานก่อน
          6. จัดสรรงบประมาณสำหรับจัดหาโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง
               แนวคิดพัฒนาเทคโนโลยีระบบข้อมูลดิจิทัลทั้งระบบเพื่อการศึกษาการบริหารและการบริการ 
               การพัฒนาเทคโนโลยีระบบข้อมูลดิจิทัลทั้งระบบเพื่อการศึกษาการบริหารและการบริการ จะเป็นการพัฒนาและบูรณาการระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้บริการระหว่างหน่วยงาน การกำหนดมาตรฐาน จัดเก็บ เปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐตามมาตรฐาน Open Data รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และให้บริการ e-Government
                การพัฒนาระบบสารสนเทศของศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ (Ministry Operation Center : MOC) 
               การพัฒนาระบบสารสนเทศของศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ (Ministry Operation Center : MOC) เพื่อเป็นศูนย์กลางของข้อมูลที่ใช้ในการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ระบบสารสนเทศของศูนย์ปฏิบัติการจะเป็นระบบสารสนเทศทางการบริหารที่สามารถสนับสนุนการตัดสินใจ
               ระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศกลางด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
          1. ระบบตรวจสอบข้อมูลรายบุคคล
          2. ระบบข้อมูลประชากรรายอายุ
          3. ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (NEIS)
          4. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้านการศึกษา
          5. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการด้านการศึกษา (EIS)
          6. ระบบฐานข้อมูลประชากรในวัยเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
          7. ระบบมาตรฐานข้อมูลเพื่อบูรณาการระบบสารสนเทศทางการศึกษา
          8. แอพพลิเคชั่น กดดูรู้ที่เรียน
          9. ระบบบูรณาการข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการศึกษา
          10. ระบบคลังข้อมูลกลางด้านการศึกษา