วิสัยทัศน์ (Vision) : เป็นหน่วยงานที่เป็นเลิศในการพัฒนาและการให้บริการ ICT เพื่อการศึกษา

news it 06062561 1 pic1     มีคำพูดที่ว่า "ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ" แต่ในชีวิตคนทำงานออฟฟิศอย่างเราๆ ในแต่ละวันนี่ต้องใช้สายตานั่งจ้องจอคอมฯ นานว่ามองตาแฟนเสียอีก และรู้หรือไม่ว่าหน้าจอคอมฯ กำลังทำร้ายสายตาโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะเมื่อเราทำงานหน้าจอคอมฯ เป็นเวลานานๆ สายตาของเราจะต้อง “โฟกัส” ไปยังภาพบนจอตลอดเวลา ซึ่งระยะของหน้าจอกับสายตาของเรามักจะอยู่ใกล้ๆ กัน ทำให้เราต้องเพ่งจอตลอดเวลา การทำแบบนี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ จะส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อของดวงตา

5 อาการที่บ่งบอกว่าสายตาของเรา ถูกหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำร้าย

     1. ตาล้า เราจะรู้สึกว่าสายตาของเราจะใช้เวลานานผิดปกติ ในการปรับภาพให้ชัดในเวลาที่เปลี่ยนมุมมองไปยังวัตถุที่อยู่คนละระยะกับระนาบเดิม หากอาการรุนแรงจะมีความรู้สึกเจ็บ หรือรู้สึกไม่สบายในบริเวณรอบๆ ดวงตาด้วย

     2. ตาระคายเคือง เราจะรู้สึกแสบตาในช่วงแรก และเมื่ออาการหนักขึ้นจะเริ่มมีอาการตาแดง ซึ่งอาการทั้งหมดนี้บ่งบอกว่า ตาของเรามีอาการแห้งอย่างรุนแรง

     3. ตาเบลอ เราจะรู้สึกแสบตาในช่วงแรก และเมื่ออาการหนักขึ้นจะเริ่มมีอาการตาแดง ซึ่งอาการทั้งหมดนี้บ่งบอกว่า ตาของเรามีอาการแห้งอย่างรุนแรง

     4. ปวดหัว หรือวิงเวียนศรีษะ เป็นอาการที่ส่งสัญญาณว่าสายตาของคุณเริ่มมีปัญหาหนักละ หากพักผ่อนวันสองวันแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อหาทางรักษา

     5. ปวดคอ และไหล่ เมื่อวิสัยทัศน์เริ่มแย่ ร่างกายของคุณจะพยายามขยับท่าทางเข้าไปใกล้จอ เพื่อให้มองเห็นชัดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมักจะเป็นท่าที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ส่งผลให้คอ และไหล่ หรือแม้แต่หลังของคุณเกิดปัญหา หรือที่เรียกว่า Office Syndrome นั่นเอง ซึ่งเราเคยนำเสนอวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการ Office Syndrome ไปแล้วครั้งหนึ่ง คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดได้เลย 

แล้วเราจะทำให้สายตาสุขภาพดีขึ้นได้ยังไงนะ?

     1. อย่าให้อากาศในห้องแห้งเกินไป ความชื้นที่เหมาะสมในห้องจะช่วยให้ตาเราไม่แห้งง่ายๆ โดยการทำงานกับคอมพิวเตอร์ ในห้องควรจะมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 30-50% (ที่วัดความชื้น หรือ Hygrometer ที่ร้านไดโซะก็มีขายนะแค่ 60 บาท) หากอากาศในห้องแห้งเกินไป อาจจะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หรือหาตู้ปลามาตั้งก็ช่วยได้

     2. ใช้กฏ 20-20-20 กฏง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ โดยในทุกๆ 20 นาที ให้เรามองไปที่ๆ ไกลเกินกว่า 20 ฟุต เป็นเวลาสัก 20 วินาที การทำแบบนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลายลงบ้าง

     3. วางตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หน้าจอควรจะอยู่ห่างจากสายตาของเราประมาณ 20-24 นิ้ว และเมื่อมองไปตรงๆ ตาเราควรอยู่ในระดับเดียวกับขอบบนสุดของจอคอมพิวเตอร์ พูดแบบง่ายๆ เราควรมองลง มากกว่ามองบน

     4. ความสว่างของหน้าจอก็สำคัญ เราไม่ควรปรับจอให้สว่างเกินไป เพราะมันจะทำให้รูม่านตาของเราต้องหรี่มากขึ้น ทำให้ระยะจับภาพไกลกว่าเดิม ตาจะต้องทำงานหนักกว่าปกติเพื่อให้เรามองเห็นภาพได้ชัด

     5. เลือกจอคอมพิวเตอร์ที่มีเทคโนโลยี Flicker Free จอคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีหลายเจ้าที่มีเทคโนโลยีนี้อยู่ ซึ่งข้อดีของมันคือ ไม่ว่าเราจะลดความสว่างของหน้าจอลงสักเท่าไหร่ ภาพก็จะไม่มีการกระพริบแต่อย่างใด ใครที่จ้องจอนานๆ แล้วปวดหัว ปวดตา ลองใช้จอแบบ Flicker Free ก็ช่วยได้ (เมื่อก่อนแพง แต่เดี๋ยวนี้ไม่แพงแล้วนะ) และจากในภาพประกอบจะแสดงให้เห็นว่า เราสามารถใช้กล้องของสมาร์ทโฟนตรวจสอบได้ โดยถ้าเป็นจอแบบ Flicker Free ก็จะไม่เห็นการพริ้วเหมือนภาพทางฝั่งขวา แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะเห็นการพริ้วเหมือนภาพทางฝั่งซ้าย

     ใครอยากมีสุขภาพสายตาที่ดี ก็ลองนำทิปส์และเทคนิคที่เราแนะนำไปลองใช้กันนะครับ เพื่อให้สายตาดีๆ อยู่คู่กับเราไปนานๆ ก็ต้องลากันไปเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

     link วีดีโอ : https://www.youtube.com/watch?v=0KxcMr6IZIc

ที่มา(Thaiware Infographic 59) : https://tips.thaiware.com/1050.html